กอนกูยรักช้าง ซาเร็นท์  (121 views)

What is กอนกูยรักช้าง doing now?

ไม่ว่าเสื้อแดงเสื้อเหลือง....".มา..มารักช้างกัน"...
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

December 9
 
Advertisement

Info

Birthday

December 9

Location

Thailand

Languages

Telugu
 

About Me

คนกูย(กวย) เป็นชนเผ่าในตระกูล เดียวกับขอม มอญ ลัวะ อาศัยอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันกลุ่มชนกูย อาศัยอยู่ในแถบภาคอิสานตอนใต้ของไทย ภาคใต้ของประเทศลาว และบนภูเขาในเวียดนาม(เป็นชนกูยที่เคร่งครัดวัฒนธรรมมากที่สุด)
คนกูยมีมาแต่ช้านาน พร้อมกับขอม มอญ ลัวะ วัฒนธรรมที่ยังสืบต่อมาจนถึงทุกวันที่ยังพบเห็นและไม่ได้ปะปนกับวัฒนธรรมอื่นคือ พิธี"แกลมอ" หรือรำผีฟ้า เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเป็นพิธีที่มีมาตั้งแต่ชาวกูยยังนับถือผีและไม่มีศาสนา
การแต่งกายนิยมแต่งเป็นชุดดำ ซึ่งจะเห็นคนเฒ่าคนแก่ หรือช่วงประกอบพิธีกรรมแต่งกัน การแต่งกายนี้บ่งบอกถึงความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนของชาวกูยในการดำเนินชีวิต
คนกูยในประเทศไทยทุกวันนี้ จำแต่เดิมในสมัยอยุธยาเป็นกลุ่มชนที่หากินในแถบริมน้ำโขง ตอนใต้ของแคว้นจำปาศักดิ์ลาว โดยลักษณะนิสัยของชาวกูยที่รักอิสระ สันโดด การอยู่อาศัยทำมาหากินจึงไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง ชอบใจพอใจอยู่ตรงไหนก็ชักชวนกันไป อยากย้ายก็ย้าย
ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ชาวกูยกลุ่มหนึ่งได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่บริเวณ เขตอีสานใต้ ตั้งแต่ตำบลห้วยขยูง วารินทร์อุบลฯ จนมาจดถึงแถบประโคนชัย บุรีรัมย์ โดยมีหัวหน้ากูยที่ให้ความเคารพ เชื่อถือดูแลปกครองในแต่ละแถบที่ ชื่อหัวหน้าคนกูยตอนนั้นคือ เชียงปุม เชียงฆะ เชียงสี เชียงใส ตากะจะ กระจายดูแล
ระหว่างนั้น(ปลายกรุงศรีอยุธยา) เกิดมีช้างเผือกแตกโรงออกมาทางพิมาย ข้าราชในพิมายตอนนั้นจึงออกมาตามหาสอบถาม และได้ข่าวคราวจากผู้นำชาวกูย เห็นมีช้างจ่าฝูงตรงตามลักษณะที่บอกพาโขลงช้างลงเล่นน้ำในหนอง ในการขอความช่วยเหลือจับช้างจากข้าราชที่พิมาย หัวหน้าชาวกูยจึงรวมตัวกันพาสมัครพรรคพวก ไปจับช้างนำส่งเมืองอยุธยาได้ โดยมีขุนนางพิมายนำพาไป และทางขุนนางพิมายได้กราบทูลกษัตริย์อยุธยาในการช่วยจับช้างของชาวกูย ให้ทรงทราบ
หลังจากนั้นได้มีราชโองการแต่งตั้ง หัวหน้าชาวกูยปกครองเมือง ภายใต้การดูแลของหัวเมืองพิมายในสมัยนั้น มีเมืองผไทสมันต์ ขุขันธุ์ สังขะ รัตนะ เมืองลีง เพราะการที่สามารถจับช้างได้ จึงได้มอบหมายจากกษัตริย์อยุธยา ให้ชาวกูยจับช้างป่ามาเลี้ยง และฝึกซ้อม เพื่อเตรียมต่อการณ์ศึกสงคราม.....ตั้งแต่นั้น (ถ้าดูเรื่องก้านกล้วยจะเห็นภาพ)
ชาวกูยจึงมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งตั้งแต่ตอนนั้น และได้ดำเนินการณ์เลี้ยงฝึกซ้อมช้างตามคำสั่งกษัตริย์ มาจนถึงทุกวัน
ด้วยการขึ้นตรงต่อพิมาย เวลาแห่งการส่งของบรรณาการณ์ (ส่วย) ให้กับเมืองหลวงอโยธยา.... ชาวกูยจะนำของไปมอบเป็นบรรณาการณ์ด้วย ชาวเมืองอโยธยาได้เห็นชาวกูยส่งเครื่องบรรณาการณ์ ได้เรียกชาวกูยว่า "พวกส่งส่วย" หรือเรียก "พวกส่วย" นับแต่นั้นคนจึงเรียกชาวกูยว่า "ส่วย"....นับแต่นั้น
กวยหรือกูย แปลตามศัพท์ของชาวกูย แปลว่า "คน" ฉะนั้นการเรียกชื่อ "ส่วยๆๆๆ"นั้นมีมาทีหลัง ถ้าเรียกให้ถูก ต้องเรียก "กวยหรือกูย"

Interests

Favorite Music

ช้าง....
ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้าง
........หรือเปล่า.....
 

Favorite Movies

คนเลี้ยงช้าง
ก้านกล้วย
องค์บาก หนึ่งและองค์บากสอง (ตอนพี่จากระโดดขึ้นหลังฦุงช้าง)
 

Favorite Books

ตะหลิ่งสูงซุงหนัก
 

Favorite Quote

เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง
ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด
ขี่ช้างจับตั๊กแตน
ดูช้างดูที่หาง ดูนางดูที่แม่
ช้างตกมัน
 

hi5 Games

Play hi5 Games

กอนกูยรักช้าง hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 2 Entries    Add Comment

   ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน  ๒๕๕๑  ผมมีโอกาศได้ไปทำงานที่หมู่บ้านเลี้ยงช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก   ในจังหวัดสุรินทร์  ที่นี่คือบ้านตากลาง   ต.กระโพ  อ.ท่าตูม  จ.สุรินทร์  ซึ่งมีประวัติมายาวนานกว่า  ๔๐๐  ปี   
    ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศเหนือประมาณ  ๒  กิโลเมตร  คือแม่น้ำสายสำคัญ  ที่มีทางการไหล  จากเทือกเขาในจังหวันครราชสีมา  ชัยภูมิ  ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสายใหญ่ที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี
    ที่นี่คือลำน้ำมูล  เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนชีวิตผู้คนในอีสานตอนใต้
    ที่แม่มูลตรงบริเวณหมู่บ้านตากลางนี้  ยังมีแม่น้ำสายใหญ่อีกลำ  ที่ไหลมาจากภูเขียว  และทุ่งแสลงหลวง  ผ่ายหลายจัวหวัดในภาคอีสาน   มาบรรจบกับแม่น้ำมูลที่นี่  นั้นคือ  "แม่น้ำชี" 
    แหล่งบรรจบกันที่อยู่เหนือหมู่บ้านนี้เอง  คือที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์  ของพันธ์พืช  และสัตว์น้ำ   เป็นแหล่งป่าทามอุดมสมบูรณ์  และเป็นแหล่งทำนาข้าวของชาวบ้าน  ที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิอันขึ้นชื่อ   แทบไม่ต้องใส่ปุ๋ยกับแหล่งดินนี้
    ต้นข้าวที่งอกเงยชอนไชรากเจออินทรีย์สารทุกเส้นขน  ต้นที่อ้วนใหญ่แช่ตัวอยู่ในน้ำแตกกิ่งก้าน  ใบที่แข็งแรงยาวใหญ่  คลี่ตัวออกรับแสงทุกทาง   จงอยรวงข้าวที่อุ้มรับน้ำหนักเมล็ดพันธ์อ้วน  จำนวนมาก   โค้งงอชี้ไปทางดิน  ทั่วทั้งทุ่ง  ต้นข้าวกำลังกลั่นเมล็ดเต็มวัยให้เหลืองสุกงอม

Applications

Browse Applications

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

กอนกูยรักช้าง has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for กอนกูยรักช้าง

Dec 21 3:56 AM
 
ขี่ช้าง.....สุรินทร์
 
Dec 15 10:46 PM
M™ says:
 
ไฮมักอาเจียง ครั้ง ครัง



กอนกูยซุตากลาง
 
 
 
 
 
 
Nov 22 3:47 AM
 
ตอนนี้อยู่ไหนเนี่ย..หนูอยู่งานช้างสุรินทร์นะเนี่ย
อยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่า..หรืออยู่ปาย อากาศเป็นไงมั่ง
อยากไปปายมั่งอ่ะ..ตอนนี้กรุงเทพหนาวแล้ว..
รักษาตัวด้วย..บาย
 
Nov 12 10:23 PM
 
ถามว่าคิดยังไงกับช้างนะเหรอ...
อืม ก็เวลามองช้างจากด้านหลังก็คิดว่า ตัวเอรานี่ช่างเหมือนช้างจังเลย คริคริ:P
 
Nov 12 3:15 PM
 
คุนกรุงๆๆๆๆๆๆๆค้าา

ตื่นได้แล้วนะ

เช้าแล้วๆๆๆๆ

ยัง...............ยัง อีก

ขี้เซาจริงๆเลยนะ!!

คิกๆๆ
 
Nov 11 12:42 AM
M™ says:
 
รักช้าง
สงสารช้าง
 
 
 
 
Oct 31 6:19 AM
 
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน
 
Oct 29 10:49 PM
 
สบายดีจ๊ะ
แล้วพี่กรุงล่ะ ทำไร อยู่สุรินทร์หรอ
 
Oct 29 9:26 PM
 
คุณค่า ความหมาย ไร้ความ สุข ทุกข์ สมหวัง ผมหวัง ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ อยู่ อยู่ อยู่......อยู่... เมื่อลมหายใจยังหมุนเวียน กองฟืนเถ้าถ่านสุดท้ายกำลังใกล้มอด ความอบอุ่นลดน้อยถอยลง ไอหนาวแผ่ปกคลุมรอบข้าง รอจังหวะ เข้ามา สวมกอด ร่างกายนี้ไว้.......................................................................
 
 
Oct 19 8:00 PM
 
ร่วมส่งทางพังน้อยสู่ทางช้างเผือก ชั่วนิรันดิ์


เมื่อเวลาของเมื่อวานนี้ 05.15 น.พังน้อยวัย 10ปี สิ้นลมลาจาก...ล้มลงแล้วบริเวณริมสระน้ำของบ้านนายใจเพชร โพธิ์ทอง ชาวบ้านหมู่ 11 บ้านปากคลอง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการตรวจซากศพช้างน้อยพบว่ามีร่องรอยกระสุนปืนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่พบเห็นแค่บริเวณช่องท้องและปากช้าง ที่เบื้องต้นทีมสัตวแพทย์ได้คาดว่าน่าจะเป็นกระสุนปืนลูกซอง เบอร์9 เพราะรอยของกระสุนเกาะกันเป็นกลุ่มใหญ่ และวันนี้ได้พิสูจน์ศพยังพบรอยกระสุนปืนขนาดใหญ่ที่บริเวณกระโหลกศีรษะช้างด้านซ้ายอีก 1 นัด ที่ใบหู อีก 1 นัด คนละขนาดกับบาดแผลที่พบที่ช่องท้อง ส่วนบาดแผลภายในปากพบว่าเนื้อด้านในเป็นแผลขนาดใหญ่และลิ้นก็ขาด ซึ่งจุดนี้คาดว่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ ที่ทำให้ช้างป่าตัวนี้ไม่สามารถกินอาหารได้ และวันนี้หมอล๊อต ได้แจ้งผลการตรวจเลือดช้างที่ส่งตรวจก่อนหน้านี้ พบว่า ช้างป่าติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง และเชื้อบาดทะยักได้เข้าสู่ระบบประสาท ทำให้ช้างขากรรไกรค้าง มีอาการเกร็ง กระตุก และเครียดตามที่เห็นดังกล่าว ซึ่งก็คาดว่าเรื่องนี้จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ช้างป่าพังน้อยตัวนี้เสียชีวิตลงในที่สุด สำหรับปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในพื้นที่ป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ปรากฏข่าวคราวให้เห็นเป็นระยะ ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีช้างป่าเสียชีวิตเพราะฝีมือกลุ่มคนบางคน ด้วยการช๊อตช้างด้วยไฟฟ้า ให้กินปุ๋ยยูเรีย วางตะปู ฯลฯอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ ต่อมามีหลายหน่วยงานพยายามเข้าไปรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ช้างป่า อย่างหนักในพื้นที่ป่าละอู สถานการณ์มีที่ท่าว่าจะทุเลาลงบ้าง และหลังจากมีกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกระแสพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ต่อกรณีปัญหาช้างป่าภาคตะวันตก ทำให้ปัญหาช้างป่าดูจะคลี่คลายสถานการณ์และอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ แต่ก็ยังพบว่า ในระยะเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ยังมีการทำร้ายช้างป่าที่ป่าละอู ป่าแก่งกระจานหรือป่ากุยบุรี เนื่องจากช้างป่าที่เดินออกมาเพื่อหาอาหารตามไร่ชายป่า และกินพืชสวนพืชไร่ของชาวบ้านที่นำมาทิ้งไว้ จนเป็นเหตุให้ช้างป่าบางตัว เช่นช้างพังวัย 10ปีตัวนี้จบชีวิตลงข้างสระน้ำ ทำให้สถานการณ์เรื่องช้างป่ากับคนในวันนี้ ทุกๆฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาทางแก้ไขอย่างบูรณาการณ์อีกครั้ง น้อมรับด้วยรัก...อาลัย...แด่ พังน้อยผู้จากไป.
 
Oct 19 8:15 AM
 
ก็กรุงชื่อเหมือนกอนกูย ทีเป็นนามปากกาของนักเขียน ก็เลยนึกว่าเป็นคนเดียวกันค่ะ ยินดีด้วยค่ะกรุงท่ีสนใจเรื่องรักและดูแลช้าง เขาน่าสงสารนะ
เขียนป็นเรื่องสิน้อง ไหน ๆก็สนใจแล้ว เรื่องช้างมีคนเขียนไม่มากนัก ยังเขียนได้อีกเยอะค่ะ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks